นายเพลงชาติไทย

Bangkok

ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้มีการใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงถวายความเคารพพระมหากษัตริย์ต่าง ชาติที่เสด็จเยี่ยมประเทศสยามตามธรรมเนียมสากล ก่อนจะมีเพลงชาติไทยฉบับแรก ระหว่างปี พ.ศ. 2431 – 2475 แม้เพลงดังกล่าวไม่ใช่เพลงชาติของประเทศสยามอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ก็ถืออนุโลมว่าเป็นเพลงชาติโดยพฤตินัย ประวัติเนื้อเพลงชาติไทย พ.ศ. 2482 รัฐบาลเปลี่ยนชื่อประเทศจาก สยามมาเป็นประเทศไทย ทำให้เกิดการแก้ไขบทร้องเพลงชาติใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยประกาศให้ยื่น ประกวดเนื้อเพลงที่แต่งให้เข้ากับทำนองเพลงชาติเดิมการประกวดครั้งนี้มีผู้ ส่งบทเนื้อร้องเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ในที่สุดคณะกรรมการได้คัดเลือกบทเนื้อร้องของหลวงสารานุประพันธ์เสนอให้คณะ รัฐมนตรีวินิจฉัย ที่ประชุมปรึกษาพิจารณาแล้วลงมติรับบทเพลงนั้น โดยแก้ไขไปบ้างตามความเหมาะสม การร้องเพลงชาติไทย ทำให้คนไทยตระหนักและสำนักในความเป็นไทย ว่าเอกราชอธิปไตยของปวงชนชาวไทย กว่าจะได้มาได้ บรรพบุรุษต้องเอาเลือดเนื้อเข้าแลก ปวงชนชาวไทยจึงควนสำนึกถึงความเหนื่อยยากของบรรพบุรุษที่เสียสละเพื่อลูก เพื่อหลาน ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐไทยของไทยทุกส่วน อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ให้ใครย่ำยี สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย ประเทศไทยเป็นถิ่นที่รวมชนผู้มีเลือดหเนื้อเชื้อชาติไทยไว้ให้ได้อยู่อาศัยร่วมกัน แผ่นดินทุกส่วนของประเทศไทย ย่อมเป็นของชาวไทยทุกคน ประชาชนไทยรักษาแผ่นดินไทยทั้งหมดไว้ได้ ก็ด้วยทุกคนมีน้ำใจสามัคคี รักคนไทยด้วยกัน และรักประเทศชาติ ชนไทยรักที่จะอยู่อย่างสุขสงบ แต่ถ้าจำเป็นต้องรบกับศัตครูแล้วคนไทยไม่เคยขลาดกลัวเลย ไม่มีวันยอมให้ศัตรูหน้าไหนมาข่มขู่ทำลายความเป็นอิสระของชาติไทยได้ ทุกคนยอมสละเลือดทุกหยดเพื่อชาติไทยอยู่ยั่งยืน จะปกป้องคุ้มครองประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป และให้มีแต่ชัยชนะตลอดไป